ธรรมชาติบันดาลใจ

 

           “เราเริ่มต้นด้วยการอยากทำอะไรที่ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนรูปทรงของก้อนหิน เราจึงร่วมงานกันมารี เมกโกะ(Marimekko)” คือประโยคที่จุนย่า วาตานาเบะ กล่าวผ่านล่ามของเขา บอกเล่าถึงที่มาของคอลเล็กชั่น เสื้อผ้าผู้หญิง สำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2018 ของแบรนด์ Junya Watanabe

            ความคิดนี้กระตุ้นให้ความคิดและการทำงานของเขาถอยกลับไปสู่ความเป็นท้องถิ่นและการมีสมาธิ อย่างสงบของธรรมชาติ เหมือนภาพจดจำในบ้านเกิดของเขาเอง จุนย่า วาตานาเบะเกิดที่ฟุกุชิมะ เมืองที่อยู่ ขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว ที่ที่ความรู้สึกถูกปิดกั้นจากโลกภายนอก บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ คอลเล็คชั่นของเขาถูกดึงให้มองย้อนกลับไปในช่วงเวลาและสถานที่ในประเทศฟินแลนด์ช่วงยุค 50 และ 60 ที่ผู้คนยังสามารถสร้างชีวิตที่สดใสและมีความสุขได้

            ลายกราฟฟิกเส้นหนาสีดำและสีขาวขนาดใหญ่ 7 ชิ้น ที่ได้จากฐานเก็บข้อมูลภายในสำนักงานใหญ่ ของมารีเมกโกะ แบรนด์ดังจากฟินแลนด์ เป็นผลงานการออกแบบผ้าเพื่อนำมาใช้ในงานตกแต่งภายใน  แต่จุน ย่า วาตานาเบะต้องการนำลวดลายนั้นมาใช้ออกแบบเสื้อผ้าที่ออกมาแล้วดูเหมือนเป็นผ้าห่อหุ้มห่อร่างกาย ตัดบางส่วนเป็นรูปทรงกลม บางชุดตัดเย็บออกมาเป็นแบบสามมิติ มีอะไรที่โดดเด่นออกมาทั้งจากผ้าที่เลือกใช้และแบบที่สร้างสรรค์

            ระหว่างดูแฟชั่นโชว์คนดูอาจจะรู้สึกว่าความเป็นมารีเมกโกะนั้นดูลดลงไป เมื่อเห็นความคลาสสิกแบบ สแกนดิเนเวียนถูกแต่งเติมด้วยภาพลักษณ์ของนางแบบที่ทำผม แต่งหน้า สวมรองเท้าบู๊ธหนัง รองเท้าผ้าใบ ใส่เครื่องประดับอย่างโช้คเกอร์หนังแต่งโลหะที่คอ กำไลตอกหมุดโลหะบนข้อมือ หรือโลหะที่ติดแต่งผมใน สไตล์พังก์เต็มรูปแบบ

            แต่ถึงแม้เขาจะฉีกแนวออกไปจากความเป็นมารีเมกโกะอย่างไรก็ตาม ดีเอ็นเอของแบรนด์ก็ยังเข้มข้น เห็นได้จากชุดเสื้อยืดลายขวางที่ตัดเย็บด้วยผ้าเจอร์ซี่ที่แม้แต่สุดท้ายจุนย่า วาตานาเบะก็ต้องยอมรับความจริง ว่า นักออกแบบของมารีเมกโกะ คือ Annika Rimala เคยใช้ผ้าฝ้ายทำลายขวางแบบนี้มาก่อนแล้วในออฟฟิศที่ เฮลซิงกิเมื่อปี 1968 นั่นจึงทำให้เกิดความคิดใหม่ในการทำงานของเขาว่า ด้วยช่วงเวลาที่เหมาะสม กับสิ่งที่มี อยู่แล้ว มาสู่การพูดคุยเกี่ยวกับการปฏิบัติแฟชั่น

            จุนย่า วาตานาเบะ เป็นดีไซเนอร์ที่มีประวัติการทำงาน ร่วมกับนักออกแบบคนอื่นมายาวนาน ในการ ร่วมงานทุกครั้งเขาไม่ได้นำแค่ความแตกต่างมาเป็นแรงบันดาลใจ หากยังนำความ ชื่นชม  และเคารพต่อ สุนทรียศาสตร์และความเชี่ยวชาญเฉพาะของแต่ละแบรนด์มาใช้ในการรังสรรค์งานร่วมกันด้วย อย่างเสื้อ แจ็คเก็ตขี่จักรยานที่จุนย่า วาตานาเบะผลิตร่วมกับ Schott ก็ยังรักษาความคลาสสิคของ แบรนด์ไว้

            การโชว์ในครั้งนี้จึงเหมือนไม่มีธีม ที่แม้จะแสดงให้เห็นความเป็นพังก์ที่หลุดกรอบ แต่เครื่องประดับ ตกแต่งก็ยังมีความโรแมนติก กระโปรงยาวเต็มตัวสีดำเหมือนสไตล์วิคตอเรียนก็มีให้เห็น กับอีกชุดหนึ่งที่มี สีสันสดใสกว่าคล้ายชุดไปงานบอลในทศวรรษที่ 50 ชุดเสื้อผ้าสีขาวดำ สีเขียวน้ำตาล ลายพราง ที่ทยอย ออกมาให้ชมตามจังหวะของเพลงที่ฟังสบาย ทำให้ภาพทุกอย่างเคลื่อนไปเรื่อย เหมือนฤดูร้อนที่หมุนรอบตัวผู้ชม

            ทั้งหมดนี้คือคอลเล็คชั่นที่จุนย่า วาตานาเบะย้ำอีกครั้งหลังจบการแสดงแบบว่า นี่คือแรงบันดาลใจ จากต้นไม้และก้อนหิน ที่เขานำมาแปลง จากรูปร่างพื้นฐานตามธรรมชาติให้เป็นชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริง และ น่าติดตาม